Skull and Bones ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะล้มเหลวแล้ว

Expansion ผู้เล่นหลายคนสำหรับเกม Assassin’s Creed: Black Flag เกมเอาชีวิตรอดกลางทะเลที่เป็น Death Match Multiplayer ของ Ubisoft สิงคโปร์อย่าง Skull and Bones ได้รับการปรับปรุงหลายสิ่งหลายอย่างในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาทั้งในอดีตและปัจจุบันตัวเกมก็พัฒนามาอย่างยาวนานกว่า 8 ปีแล้วและดูเหมือนว่าจะต้องพัฒนากันต่ออีกยาว ๆ

ในรายงานฉบับยาว นักพัฒนาได้บรรยายถึงเกมที่ไม่เคยได้รับผลลัพธ์ที่ต้องการจริง ๆ ในช่วงแรกมีการวางแผนให้ตัวเกมเป็นรูปแบบผู้เล่นหลายคนแบบง่าย ๆ ของเกม Black Flag แล้วหลังจากนั้น Skull and Bones ก็ถูกเปลี่ยนเป็นโปรเจคแบบ Stand Alone และยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้งหลังจากนั้นอีกด้วย

Skull and Bones

ซึ่งทุกครั้งที่ Skull and Bones มีการเปลี่ยนแผนงาน ทั้งงานออกแบบ ฉากและงานอาร์ตต่าง ๆ จะต้องเริ่มสร้างใหม่ตั้งแต่ต้นซึ่งมันเป็นแบบนี้มาโดยตลอดเพราะฉะนั้นตัวเกมที่คุณได้เห็นในงาน E3 ทั้งในปี 2018 และ 2019 นั้นได้ถูกทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาขนาดไหนก็ตาม Ubisoft ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำ Skull and Bones ออกวางจำหน่ายให้ได้ ผู้พัฒนารายหนึ่งในปัจจุบันได้อธิบายว่าเกมนี้ “ยิ่งใหญ่เกินไปที่จะล้มเหลวแล้ว” โดยเปรียบเสมือนกับธนาคารสหรัฐในช่วงวิกฤตปี 2008

โดยมีอดีตผู้พัฒนากล่าวเสริมว่าตัวเกมนั้นถ้ามีคู่แข่งที่มีแนวคิดคล้าย ๆ กันออกมาแล้วละก็ตัวเกมคงล้มไม่เป็นท่ามา 10 กว่ารอบแล้ว แต่ด้วยความที่ทาง Ubisoft ได้ลงทุนกับตัวเกมไปแล้วมากกว่า 120 ล้านเหรียญเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามพวกเขาก็จะพัฒนามันจนเสร็จและวางจำหน่ายให้ได้

Skull and Bones

ล่าสุด Ubisoft ได้อธิบายว่าเวอร์ชันปัจจุบันของ Skull and Bones เพิ่งผ่านรอบ Alpha และตอนนี้ก็กำลังดำเนินการสร้างไปได้ด้วยดีและจะมีการแบ่งปันข้อมูลอีกครั้งเมื่อตัวเกมมีความพร้อมมากกว่านี้แล้ว โดยตัวเกม Skull and Bones มีแผนที่จะวางจำหน่ายหรืออาจจะเป็นการเปิดตัวอีกครั้งภายในปี 2022 – 2023 ซึ่งนั้นหมายถึงตัวเกมจะใช้เวลาในการพัฒนาถึง 10 ปีเต็มเลยทีเดียวและจะวางจำหน่ายให้กับ PC, PlayStation 4, และ Xbox One (และน่าจะลงให้กับ Console ยุคปัจจุบันด้วยครับ)