Assassin’s Creed Mirage คือเกมที่จะไม่มีระบบ RPG เหมือนกับเกมก่อนหน้าแล้ว

มันรูปสึกแปลก ๆ ที่จะไม่เลือกที่จะสานต่อสิ่งที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันแต่เลือกที่จะหวนคืนสู่จุดกำเนิด แต่นั้นคือสิ่งที่ Ubisoft กำลังทำกับ Assassin’s Creed Mirage และดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย

หลังจากที่การมาถึงของ Assassin’s Creed Origin ที่ตัวเกมมาพร้อมกับระบบ RPG และโลกอันเปิดกว้างในปี 2017 นั้นแปลว่านี่ก็เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่เรามีแต่ Assassin’s Creed ที่มีขนาดที่ใหญ่และมีความเป็น RPG ที่อาจจะทำให้แฟน ๆ ในยุคก่อนไม่ค่อยพอใจกับความเป็นไปของซีรีส์นี้มากเท่าไหร่

หลังจากภาค Origins เราก็ได้เข้าไปผจญภัยในยุคกรีกโบราณใน Assassin’s Creed Odyssey ในปี 2019 และได้เข้าไปสู่อาณาจักรนอร์สใน Assassin’s Creed Valhalla ในปี 2020 โดยเกม Open world ทั้งสามนี้ต่างการมี Expansion อย่างน้อย 2 ตัวที่มอบเควสจำนวนมากรวมไปถึงชั่วโมงการเล่นที่สามารถเล่นได้นับร้อยชั่วโมงและเราก็รู้จักคนที่เล่น Valhalla ไปมากกว่า 180 ชั่วโมงก่อนที่ Expansion ลำดับสุดท้ายอย่าง Dawn of Ragnarok จะออกสะด้วยซ้ำ

ณ จุดนี้ซีรีส์ Assassin’s Creed มีความเสี่ยงที่กำลังจะย่ำอยู่กับที่และทำให้หลาย ๆ คนเบื่อซีรีส์นี้ไปแม้ว่าก่อนหน้านี้ทาง Ubisoft จะออกมาสัญญาว่าตัวเกมภาค Valhalla จะมีความยาวที่สั้นกว่า Odyssey แต่หลังจากที่เล่นมาเราก็รู้เลยว่ามันไม่จริง แม้ว่าภาคหลัง ๆ จะสามารถทำยอดขายได้อย่างดีแต่มันก็ดูจะไม่ยังยืนด้วยเช่นกัน

การมาถึงของ Mirage นั้นเป็นเหมือนกับสิ่งที่จะมาเยี่ยวยาใจของแฟน ๆ ด้วยการเปิดตัวในปี 2023 ที่จะเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีของซีรีส์นี้พอดีพร้อมกับการประกาศเกมภาคใหม่อีก 2 เกมคือ Codename Red และ Codename Hexe โดยที่หัวหน้าทีมพัฒนาภาค Mirage กล่าวว่าเกมภาคนี้จะเป็นการแสดงความเคราพต่อตัวเกมต้นฉบับ ที่จะนำพอผู้เล่นกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเกมนี้ แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อให้ทันสมัยแต่กลิ่นอายของเกมในยุคเก่าจะยังคงมีอยู่

ก็ต้องมาดูกันว่า Assassin’s Creed Mirage นั้นจะทำออกมาได้ดีขนาดไหนแล้วมันจะทำให้คนที่เคยเลิกเล่นซีรีส์นี้ไปเพราะความ RPG ของเกมกลับมาเล่นเกมภาคใหม่นี้ได้หรือไม่ก็ต้องมาตามดูกันต่อไปครับ