รีวิว Werewolf: The Apocalypse – Earthblood

Platform: PC, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One X, Xbox Series X/S

Developer: Cynide Studio
Publisher: Nacon
Release Date: 4 February 2021
ในครั้งแรกที่เราได้เห็น Werewolf: The Apocalypse – Earthblood นั้นเราก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะไม่ได้มีเกมที่มีธีมแบบนี้ออกมาเท่าไหร่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ๆ มาจึงทำให้ผู้เขียนซื้อมาเล่นแบบไม่ลังเลเลย แล้วมันจะยอดเยี่ยมหรือไม่ถ้าซื้อในตอนนี้จะคุ้มไหมมารับชมได้ในรีวิวตัวนี้เลยครับ
Story

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Cahal ชาว Garpu ที่เนรเทศตัวเองหลังจากศูนย์เสียการควบคุมจากความโกรธแค้นจนไปสังหารพวกเดียวกันยาวนานกว่า 5 ปีเต็มและเพราะมีอันตรายรูปแบบใหม่กำลังจะเข้ามาเยือนเผ่าของเขาอีกครั้งเขาเลยต้องกลับมาเพื่อไปช่วยบ้านของเขาเอาไว้ให้ได้

Setup ของเกมนี้ถือว่าปูมาได้ดีมาก แต่พอมาเล่นจริง ๆ นั้นจังหวะการเล่าของเกมนี้เร็วมาก ซึ่งมันเร็วขนาดที่ว่าตัวละครบางตัวที่เรากำลังจะได้รู้จักแล้วอยู่ดี ๆ ก็ตายอย่างไม่มีเหตุผล และเรื่องราวมันก็ไม่ได้น่าจดจำขนาดนั้นและความผิดพลาดในอดีตของตัวเอกที่เกมก็ไม่สามารถเล่าออกมาได้ดีเท่าที่ควรทำให้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ๆ

Presentation

เกมนี้เป็นเกมแนว Action RPG ในแต่ละฉากจะไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ และตัวเกมจะค่อนข้างนำเสนอทางเลือกในการรอบเร้นให้กับเรา แต่คุณเลือกที่จะบุกเข้าไปแบบซึ่ง ๆ หน้าได้ไหม คำตอบคือได้ครับ แล้วมันจะมีผลกับฉากจบหรือเนื้องเรื่องหรือไม่ บอกเลยว่าไม่มีเลยครับ

ทำให้หลาย ๆ คนเลือกที่จะเข้าไปบู้สะมากกว่า เพราะเกมนี้ถือว่าทำฉากต่อสู้ออกมาดุเดือดใช้ได้ ถ้าเทียบกับการรอบเร้นที่ถึงมัจจะสำใจที่เราจะได้ใช้ร่างหมาป่าทั้ง 3 แบบในการรอบเร้น แต่มันก็ไม่ได้ท้าทายอะไรขนาดนั้นทำให้เสน่ห์ของเกมในตรงนี้เสียไป

Gameplay

การควบคุมในเกมนี้ถือว่าทำออกมาคล่องตัวใช้ได้ และการที่เราเปลี่ยนเป็นร่างหมาป่าได้หลายฟอร์ม ทำให้เราสามารถเข้าถึงพื้นที่ภารกิจได้ค่อนข้างสะดวกเลยครับ และทำให้ระบบการเล่นมีความหลากหลาย

แต่สำหรับการอัพเกรดนั้นถึงแม้ตัวเกมจะค่อนข้างเสนอทางเลือกให้เราในการลอบเร้น แต่ Skill แทบทั้งหมดตัวเกมกลับทุ่มไปในทางการเข้าปะทะแทบทั้งหมด ยิ่งทำให้การเล่นแบบรอบเร้นนั้นจะไม่คล่องตัวเท่าไหร่ และศัตรูประเภทบอส ถ้าเราจับจังหวะได้พวกมันก็ง่ายจนแทบไม่มีความท้าทายหลงเหลืออยู่เลย

Graphic

กราฟิกของเกมนี้ที่ทางผู้พัฒนาบอกว่าเป็นเกมแบบ Next Gen แต่พอได้เล่นจริงเราก็พบว่าภาพภายในเกมมันก็ไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้น จังมี Texture บางจุดที่เหมือนเอาภาพมาแปะหลอก ๆ เอาไว้ด้วยซ้ำ แต่ที่หลาย ๆ คนเล่นกันแล้วน่าจะหงุดหงิดไม่แพ้ผู้เขียนเลยก็คือการแสดงสีหน้าที่ทำออกมาได้จืดชืดมากจนบางครั้งมันทำให้จุดที่มันควรจะซีเรียสกลายเป็นตลกไปเลยด้วยซ้ำ