รีวิว Monster Hunter Rise Sunbreak DLC ภาคต่อที่ทำออกมาได้ดีกว่าที่เราคาดไว้มาก

Platform: Nintendo Switch, PC

Developer: CAPCOM Co., Ltd.

Publisher: CAPCOM Co., Ltd.

Release Date: 30 June 2022

โดยปรกติแล้วทางเราจะไม่รีวิว DLC เพราะส่วนใหญ่มันจะเป็นเพียงแค่ส่วนเสริมที่เพิ่มเนื้อหาให้กับเกมนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ไม่ใช่สำหรับ Monster hunter ที่ส่วนเสริมตั้งแต่ภาค Ice Borne แล้วที่จะเป็นการเพิ่ม Rank ใหม่ Monster ใหม่ เควสใหม่ ๆ เข้ามาอีกมากมาย แต่สำหรับ Sunbreak มันได้ยกระดับไปมากกว่านี้ วันนี้เรามาดูกันว่า DLC ตัวนี้มันคุ้มค่าน่าซื้อมากขนาดไหน

Presentation

สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปใน DLC ตัวนี้เลยก็คือธีม ในตัวเกมภาค Rise นั้นเกมจะนำเสนอความเป็นญี่ปุ่นมากทั้งภาพลักษณ์ของตัวละครหมู่บ้านและ Monster ใหม่ ๆ ด้วย แต่สำหรับใน Sunbreak ตัวเกมจะนำเสนอความเป็นยุโรปแทบทั้งหมด และยังมีการเพิ่มแผนที่ใหม่ Hub ใหม่ และ Monster ทั้งหน้าเก่าและใหม่อีกเป็นจำนวนมากรวมไปถึง อาวุธชุดเกราะและความสามารถใหม่ของเหล่า Hunter เองด้วย แต่ในอัพเดตแรกนี้ตัวเกมได้นำเสนอ Monster ใหม่ที่เป็นตัวใหม่จริง ๆ เพียงแค่ 4 ตัวเท่านั้น โดยมี 3 ตัวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผีในฝั่งยุโรปที่มีทั้ง Vampire, Dr.Frankenstein และมนุษย์หมาป่า และสำหรับแผนที่ใหม่ก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและมีองค์ประกอบภายในแผนที่ที่หลากหลายเทียบเท่ากับ Gliding Land ในภาค Ice Borne เลยทีเดียว

Gameplay

เกมเพลย์โดยรวมก็ยังคงเหมือนเดิมจากตัวเกมภาค Rise แต่ในภาคนี้จะมีการเพิ่มท่าใหม่ ๆ ให้กับแต่ละอาวุธมาประมาณ 2 – 3 ท่า ที่มาพร้อมกับทักษะใหม่อย่าง Switch Skill หรือการสลับ Skill ที่เราสามารถตั้ง Load out ให้เหมาะสมได้ สำหรับ Skill ที่เพิ่มเข้ามาใหม่เรายังมองว่ามันไม่ค่อย Balance มากเท่าไหร่และยังแอบดูมีการลำเอียงในบางอาวุธด้วยซ้ำเช่น Lance ที่มีการเพิ่มท่าเข้ามา 3 ท่าแต่ท่าก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากเท่าไหร่ และยังไม่ทำให้เกมการเล่นเปลี่ยนด้วย พอไปเทียบกับ Long Sword อาวุธที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในซีรีส์นี้ถึงจะมีท่าใหม่เพิ่มเข้ามาเท่ากันที่ 3 ท่าแต่ 2 ใน 3 ก็เป็นท่าใหม่ที่สามารถ Counter ได้อีกด้วยนั้นทำให้ Long Sword กลายเป็นอาวุธที่มีท่า Counter มากที่สุดในเกมไปโดยปริยาย

ในส่วนของเควสปรกติใน DLC เควสก็จะมาสุดที่ระดับ Master Rank เท่านั้นแต่ไม่ใช่สำหรับ Sunbreak ที่ตัวเกมมีการเพิ่มเควสที่มีความยากในระดับที่สูงกว่า Master Rank โดยมันจะถูกเรียกว่า Anomaly Quest ที่จะเป็นการนำ Monster เดิมมาเพิ่มระดับความยากให้มากขึ้นไปอีก ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่ามันน่าเบื่อแต่สำหรับเราเรามองว่ามันสมเหตุสมผลดีเพราะมอนสเตอร์ระดับนี้มันจะดรอปวัสดุที่ใช้ในการทำอาวุธระดับสุดท้ายของ Monster แต่ละตัวและมันก็สร้างความท้าทายให้กับเราได้เป็นอย่างดี

Performance

สำหรับ Performance ในด้านการเล่นก็ยังถือว่าทำได้ดีเหมือนกับตัวเกมภาค Rise ที่ไม่มีปัญหาในการเล่นเลย แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่เล็กน้อยในจังหวะ Cutscene ที่ Subtitle มาช้ากว่าเสียงพูด แต่มันก็เป็นอะไรที่เล็กน้อยและไม่ได้มีผลต่อเกมการเล่นแต่อย่างใดครับ

สรุป

Sunbreak เป็น DLC ที่ออกมากู้หน้าจากเกมภาคเก่าได้ดีมาก ด้วยContent ที่เยอะขึ้น ความท้าทายมากขึ้นด้วย Switch Skill ที่ทำให้เกมการเล่นลื่นไหลและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นนี่ก็เป็น DLC ภาคต่อที่คุ้มค่ามาก ๆ สำหรับเกม ๆ นี้ที่มันจะช่วยเติมเต็มเหล่านักล่าทุกคนอย่างแน่นอนครับ

คะแนนจากทางเรา: 9.5/10