รีวิว Dragon Ball: The Breaker จะเป็นอย่างไรเมื่อชาวบ้านไร้พลัง ต้องมาหนีการไล่ล่าจากผู้ล่าสุดแกร่ง

Platform: Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X/S, PC

Developer: Dimps Corporation

Publisher: Bandai Namco Entertainment

Release Date: 14 October 2022

ปรกติกเกมจากซีรีส์ Dragon Ball ถ้าไม่เป็นเกมต่อสู้ก็จะเป็นเกมแนวผจญภัย แต่สำหรับ Dragon Ball Breaker นั้นมันไม่ใช่เลยผลงานล่าสุดจากทาง Bandai Namco ที่ได้เปลี่ยนแปลงแนวเกมไปในทิศทางที่เราไม่คิดว่าเราจะได้เห็นจากกาตูนเรื่องนี้เลยอย่างการเปลี่ยนให้เกมกลายเป็น Survival อย่างเต็มรูปแบบ แล้วตัวเกมมันจะสนุกขนาดไหนแล้วการลองอะไรใหม่ ๆ ครั้งนี้จะมาถูกทางหรือไม่มาหาคำตอบได้ในรีวิวตัวนี้ครับ

Presentation

Dragon Ball: The Breaker เป็นเกมแนว Survival ที่จะเป็นการหนีตายของผู้เล่นที่จะได้รับบทเป็นตัวละครธรรมดา ๆ ที่จะต้องหนีตายจากเหล่าตัวร้ายจากจักรวาล Dragon Ball ไม่ว่าจะเป็น Cell, Freezer หรือ Buu ในรูปแบบ 1VS7 แน่นอนว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่คุ้นชินกับการนำเสนอเลยเพราะปรกติเกมจาก Dragon Ball ถ้าไม่ใช่เกมต่อสู้ก็จะเป็นเกมแนวผจญภัยไปเลย แต่การที่เปลี่ยนการนำเสนอให้ตัวเกมกลายเป็นเกมแนวเอาชีวิตรอดนั้นก็เป็นอะไรที่เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว แต่ในเกมนี้ใช่ว่าเราจะต้องหนีเพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถสู้กับ Raider ที่เป็นผู้ล่าของเกมนี้ได้อีกด้วย สไตล์งานภาพก็ใช้ลายเส้นจาก Dragon Ball ที่เราคุ้นเคยซึ่งทำออกมาได้สวยงามระดับหนึ่งเลยทีเดียว

Gameplay

เกมเพลย์ของเกมนี้ต้องแบ่งการอธิบายออกเป็นเกมเพลย์ของฝั่งผู้รอดชีวิตและฝั่งนักล่าเพราะทั้งสองฝั่งนี้มีเกมเพลย์ที่ต่างกันพอสมควร โดยทางฝั่งผู้รอดชีวิตเราจะต้องทำการเปิดเครื่อง Super Time Machine เพื่อหลบหนีให้ได้โดยตัวเกมจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซนใหญ่ ๆ ที่เราจะต้องตามหากุญแจเพื่อมาเปิดเครื่องส่งพลังงานในแต่ละโซน โดยถ้าเราเปิดที่เปิดพลังงานได้ครบ และสามารถเปิดการทำงานของ Super Time Machine ได้เราก็จะชนะไป โดยฝั่งผู้รอดชีวิตตัวเกมก็จะมีไอเทมต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ตามด่านให้เก็บกันพอสมควรไม่ว่าจะเป็น Dragon radar ที่เอาไว้ใช้ตามหา Dragon Ball หรือจะเป็นอาวุธที่ต่าง ๆ จะเอาไว้ใช้ในการขัดขวาง Raider ในสถานการณ์ต่าง ๆ

ในส่วนของฝั่ง Raider นั้นเป้าหมายนั้นง่ายมาก ๆ นั้นก็คือการจัดการผู้รอดชีวิตทั้ง 7 ให้ได้ แต่ใช่ว่าเราจะสามารถทำแบบนั้นได้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เพราะในช่วงแรกของเกมเราจะเกิดมาในร่างที่ค่อนข้างอ่อนแอพอสมควรเลย ซึ่งในช่วงนี้หน้าที่เราคือการตามหาผู้รอดชีวิตที่เป็น NPC ภายในแผนที่เพื่อดูดกินพวกเขาเพื่อที่จะกลายร่างไปในขั้นถัดไป โดยเราจะกลายร่างได้สูงสุดถึง 3 ขั้นโดยยิ่งเราพัฒนาร่างเราก็จะมีทักษะใหม่ ๆ มาใช้จัดการกับผู้รอดชีวิตได้ แถมเรายังมี Skill สุดโกงที่จะเป็นการทำลายพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไปเลยที่ถ้าเราคำนวณดี ๆ เราจะทำให้ผู้รอดชีวิตปวดหัวได้อย่างแน่นอน

แต่ใช่ว่าผู้รอดชีวิตจะต้องหนีเพียงอย่างเดียวเพราะในแผนที่จะมีก้อนพลังงานให้ผู้รอดชีวิตเก็บอยู่เรื่อย ๆ แล้วพอถึงจังหวะที่โดนเจอตัวผู้รอดชีวิตอาจจะใช้ของต่าง ๆ ในการเอาชีวิตรอดหรือถ้ามั่นใจมากพอก็อาจจะใช่พลังงานที่เก็บมาในการกลายร่างเป็นตัวละครฝ่ายดีในจักรวาล Dragon Ball และเข้าต่อสู้กับ Raider ก็ได้แต่ด้วยความที่ผู้รอดชีวิตมีเลือดที่น้อยแล้วการกลายร่างก็สามารถทำได้แค่ช่วงเดียวเพราะฉะนั้นตัดสินใจให้ดี แต่ถ้าคุณร่วมพลังกันดี ๆ คุณก็สามารถเอาชนะ Raider ได้เลย เอาจริง ๆ เกมเพลย์ของเกมนี้ถือว่าสนุกมาก ๆ ด้วยความแปลกใหม่และทางเลือกต่าง ๆ ของทั้งฝั่งผู้รอดชีวิตและ Raider ที่มีมากพอสมควร ทำให้เกมการเล่นของเกมนี้ถือว่าหลากหลายใช้ได้เลยทีเดียว

Performance

สำหรับด้านประสิทธิภาพสิ่งที่เราไม่ค่อยโอเคเลยคือการโหลดเกมที่ใช้เวลานานมาก การโหลดเพื่อเข้าเกมครั้งหนึ่งอาจจะใช้เวลามากถึง 4 – 5 นาทีเลยทีเดียวแถมเกมนี้ผู้รอดชีวิตตายง่ายมาก แล้วถ้าคุณตายเร็วแล้วต้องมาเจอลูปการโหลดที่ยาวนานแบบนี้บอกเลยว่าคุณจะเบื่อเกมนี้ได้อย่างรวดเร็วเลย แถมมุมกล้องของเกมนี้ก็แปลกมาก ๆ แถม Mapping ของปุ่มบน PC ก็ทำออกมาได้แปลกและกดยากมาก ๆ อีกด้วยอะไรคือการที่ต้องกด Enter เพื่อดูแผนที่ จะกดยากไปไหนเนี่ย แถมตอนที่เราเล่นเราเจออาการหลุดออกจากเกมประมาณ 3 – 4 ครั้งเลยนทีเดียวทั้ง ๆ ที่ตอนที่เราทดสอบช่วง Beta เราไม่เจอกับปัญหานี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

สรุป

Dragon Ball: The Breaker ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศและรสชาติในการเล่นเกมจากการตูนเรื่อง Dragon Ball ไปในทิศทางที่น่าสนใจแต่ด้วยเกมการเล่นที่ต้อง Balance อีกมากรวมไปถึงหน้าโหลดที่มีเยอะเหลือเกินมันก็ทำให้เราหงุดหงิดอยู่พอสมควร เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นแฟน Dragon Ball ก็ไม่น่าจะพลาดเกมนี้อยู่แล้วแต่ถ้าคุณไม่ใช่แฟนของกาตูนเรื่องนี้ก็ขอให้ดูรีวิวของหลาย ๆ ที่ประกอบการตัดสินใจดูเพราะเรากล้าพูดเลยว่าถ้าชอบคุณจะชอบเกมนี้ไปเลยแต่ถ้าไม่ชอบคุณอาจจะเกลียดเกมนี้ไปเลยก็ได้เช่นกันครับ

คะแนนจากทางเรา: 6/10