รีวิว Chivalry 2 เกมสงครมในยุคกลางที่มาพร้อมกับระบบฟิสิกส์สุดฮา

Platform: PlayStation 4, Xbox One, PlayStation 5, Xbox Series X/S, PC

Developer: Torn Banner Studio

Publisher: Tripwire Presents

Release Date: 12 June 2022

ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ที่ชื่นชอบเกมสงครามตะลุมบอนด้วยอาวุธระยะใกล้แล้วล่ะก็คุณน่าจะเคยผ่านเกมอย่าง Mordhau มาก่อนและในวันนี้เราจะมีอีกเกมที่มีเกมเพลย์ใกล้เคียงกันอย่าง Chivalry 2 มาแนะนำให้ได้รู้จักกันมาดูกันว่าเกมนี้จะแตกต่างจากเกมอื่น ๆ ในแนวทางเดียวกันอย่างไรบ้างมาดูกันเลยครับ

Presentation

ในภาคที่สองนี้ ทีมงานยังคงสานต่อเอกลักษณ์จากเกมภาคแรกออกมาได้อย่างดีด้วยการเล่าเนื้อหาของเกมผ่านสงครามของสองอาณาจักร ในด้านงานภาพถ้าเทียบกันเกมในแนวทางเดียวกันอย่าง Mordhau ก็ถือว่าภาพของ Chivalry 2 นั้นมีความสวยงามและทีมงานก็ได้นำเสนองานอาร์ตของสภาปัตยกรรมยุโรปในยุคกลางออกมาได้ดีมาก ๆ แต่ในด้านเนื้อเรื่องนั้นตัวเกมกลับนำเสนอออกมาได้อย่างเบาบางแบบสุด ๆ แต่จะเน้นหนักไปที่ความสนุกของเกมการเล่นมากกว่า

Gameplay

เกมเพลย์ของ Chivalry 2 นี้ได้รับการยกระดับให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้นและมีการใส่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจเข้าไปมากมายทั้ง สายอาชีพเริ่มต้น 4 อาชีพได้แก่ Archer, Vanguard, Footman และ Knight ที่สามารถขยายเป็นสายอาชีพรองได้มากกว่า 10 คลาส++ และอาวุธที่มีให้เลือกมากกว่า 30 ชนิด และพอเล่นไปเรื่อย ๆ คุณจะสามารถตกแต่งตัวละครของคุณเองได้ด้วยแต่ด้วยความที่เน้นความสมจริงก็เลยไม่สามารถแต่งตัวละครให้ละเอียดได้เหมือนกับใน Hordhau โดยที่สามารถทำได้คือการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของชุดเกราะและสีเท่านั้นแต่นี่แหละคือการทำให้เกมยังอยู่ในธีมที่ไม่หลุดจากการนำเสนอมากเท่าไหร่

โหมดการเล่นหลัก ๆ ของเกมจะมี 3 โหมดใหญ่ ๆ ได้กู้เล่น 64 คนและ 40 คน ที่จะมีให้เลือกทั้ง Team Death Match และ Free for all ที่มาพร้อมกับโหมดการสอนที่เข้าใจง่ายมาก แต่อย่างลืมว่าในเกมนี้ในระหว่าการเล่นนั้นจะเป็นการต่อสู่ที่นัวและวุ่นวายแบบสุด ๆ และเรายังสามารถทำร้ายผู้เล่นทีมเดียวกันได้ด้วยเพราะฉนั้นระวังการแกว่งดาบให้ดี แต่ที่เราชื่นชอบในเกมการเล่นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นระบบฟิสิกส์ที่แทบจะเรียกได้ว่าเกือบจะหลุดโลกเลยก็ว่าได้ทั้งการที่เล่นฟันจนชิ้นส่วนของศัตรูขาดแต่แทนที่มันจะตกพื้นมันกลับบินขึ้นท้องฟ้าไปสะอย่างนั้น หรือ Ragdoll ของตัวละครที่ดูไร้ซึงความสมจริงแบบสุด ๆ แต่มันกลับทำให้เกมการเล่นสนุกขึ้นมากจากการที่เราได้เห็น Moment สุดฮาในหลาย ๆ ครั้งจากเกมนี้

Performance

ถึงแม้ว่าตัวเกมจะกลายเป็นเวอร์ชั่นตัวเต็มแล้วก็ตามแต่ดูเหมือนว่าการขัดเกลาตัวเกมจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะเรายังเจอกับ Bug หลาย ๆ อย่างเช่นตายแล้วตัวละครตกแผนที่ หรือไปจนถึงจุดที่เป็นเป้าหมายแต่ไม่สามารถทำอะไรกับเป้าหมายได้เลยเช่น ภารกิจเคลื่อนย้ายปืนใหญ่ เราวิ่งไปถึงปืนใหญ่แล้วแต่ไม่สามารถกดอะไรได้เลยแต่มีผู้เล่นอีกคนที่อยู่ดี ๆ ก็วิ่งมากกดควบคุมได้เฉยเลย เป็นต้นแต่ Bug ยิ่งใหญ่ลังการอย่างเกมดับหรือ Save หายเราก็ไม่ได้เจอในเกมนี้เลยตลอดการเล่นครับ

สรุป

ถ้าคุณกำลังมองหาเกมที่การต่อสู้สนุก และเร้าใจกับการที่เข้าไปต่อสู้กับผู้เล่นอื่น ๆ ด้วยอาวุธระยะประชิดแล้วล่ะก็เกมนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้แบบสุด ๆ ไปเลย ด้วยการเล่นที่สนุก และการนำเสนอธีมสงครามยุโรปที่สวยงามคุณน่าจะหลงรักเกมนี้ได้ไม่ยากเลยครับ

คะแนนจากทางเรา: 7.5/10