รีวิว A Plague Tale: Requiem การสานต่อเรื่องราวอันยอดเยี่ยมระหว่างสายสัมพันธ์และหนูที่จ้องจะล้างโลก

Platform: PlayStation 5, Xbox Series X/S, Nintendo Switch, PC

Developer: Asobo studio

Publisher: Focus Entertainment

Release Date: 18 October 2022

A Plague Tale: Requiem อีกหนึ่งเกมอินดี้ที่เราเฝ้ารอคอยมากที่สุดประจำปี 2022 หลังจากที่เราได้สัมผัสกับเรื่องราวอันยอดเยี่ยมของเกมภาคแรกที่จบลงได้อย่างสวยงาม แล้วการกลับมาในครั้งนี้มันจะยังรักษาความยอดเยี่ยมจากเกมภาคก่อนได้หรือไม่มาหาคำตอบกันได้ในรีวิวตัวนี้เลยครับ

Presentation

A Plague Tale: Requiem ยังคงเป็นเกมแนว Adventure ที่เน้นการรอบเร้นในการเอาตัวรอดเป็นหลักเหมือนกับภาคแรกใครที่เคยเล่นภาคแรกมาก่อนก็จะทำความเข้าใจเนื้อเรื่องและระบบการเล่นได้ไม่ยากเลย แต่ถ้าคุณเป็นผู้เล่นหน้าใหม่เราก็ขอแนะนำให้ไปเล่นเกมภาคแรกก่อน เพราะการเล่าเรื่องของเกมนี้จะไม่มีการย้อนนเรื่องราวจากภาคก่อนให้กับผู้เล่นเลยนอกจากบทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างตัวละครเท่านั้น ตัวเกมถือว่าได้รับการอัพเกรดกราฟิกขึ้นมาพอสมควร ตัวละครต่าง ๆ มีบทพูดและการกระทำที่สมเหตุผมผลและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เนื้อเรื่องก็เข้มข้นและน่าติดตามมาก ๆ เรียกได้ว่าตัวเกมยังสามารถรักษามาตรฐานในด้านเนื้อเรื่องเอาไว้ได้เป็นอย่างดีที่มันยอดเยี่ยมราวกับดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

Gameplay

อย่างที่เราบอกไปในการนำเสนอว่าเกมนี้จะยังคงรักษาเกมเพลย์ที่เน้นการรอบเร้นเพื่อเอาตัวรอดเหมือนกับภาคแรกที่ตัวเอกของเราจะไม่เก่งในการลอบสังหารหรือการต่อสู้กับระยะประชิด เพราะฉะนั้นถ้าคุณถูกเจอตัวการวิ่งหนีคือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณคิดว่ามันจะยังเหมือนกับภาคแรกที่ถ้าเราโดนเห็นตัวเราแทบจะไม่มีโอกาสรอดเลยเพราะเราจะโดนทุกอย่างทีเดียวตายหมด

เราก็ต้องบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะในภาคนี้ทีมพัฒนาได้นำเสนอตัวเลือกในการเอาตัวรอดใหม่ ๆ มามากพอสมควรเช่น มีดที่เราจะสามารถพกได้ครั้งละ 1 เล่มที่เราสามารถที่จะใช้ในการลอบสังหารได้เลยทันที 1 คนถ้าใช้จากด้านหลัง หรือจะใช้ในการทำคอบโบกับระบบใหม่อย่าง Counter ที่ตัวเอกจะทำการนำที่เขวี้ยงหินมาตีใส่ศัตรูทำให้ติดสถานะมึนงงก็ได้ หรือจะใช้มีดในการเปิดโต๊ะอัพเกรดก็ได้ แต่ทุกการกระทำที่กล่าวมาจะทำให้ไม่สามารถใช้มีดเล่มนั้นได้อีกต่อไปและต้องหาเก็บจากข้างทางเอาเท่านั้น

หรือถ้าคุณโดนเจอตัวคุณสามารถหนีไปซ่อนใต้โต๊ะได้ และถ้าเราโดนเจอตัวแล้วถูกไล่มาเราสามารถที่จะทำ Counter เพื่อเพิ่มโอกาสรอดได้แต่รอบ ๆ จอเราจะมีขอบสีแดง ๆ ขึ้นที่ถ้าเราหนีไม่ทันหรือโดนโจมตีอีกครั้งเราก็จะตายทันทีถือว่าเป็นลูกเล่นใหม่ที่เราชอบมาก ๆ เลยครับ

Performance

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าการอัพเกรดภาพของเกมภาคนี้มันสุดยอดจริง ๆ ทั้ง แสง สี สภาพแวดล้อม Particle effect ที่จัดเต็มและสวยงามมันทำให้เกมดูดีขึ้นมากจริง ๆ แต่สิ่งที่ต้องแลกมานั้นก็คือเราไม่สามารถที่จะเล่นเกมนี้ได้ในเฟรมเรทสูง ๆ ได้เหมือนเกมภาคแรกแล้ว เพราะขนาดเราปรับทุกอย่างลงหมด และปรับ Resolution ลงจาก 1920 x 1080 เป็น 1600 x 900 ตัวเกมยังทำเฟรมเรตได้พียงแค่ 30 – 40 เท่านั้นบนการ์ดจอ GTX 1060 5GB DDR 5 เรียกได้ว่ากินแรงเครื่องหนักขึ้นจากภาคแรกอยู่พอสมควร

และที่ทำให้เราหงุดหงิดมากที่สุดคือ BUG ที่เราเจอบ่อยมากไม่ว่าจะเป็นตัวละครผู้ติดตามเราที่อยู่ดี ๆ ก็หายตัวไปทำให้เราไม่สามารถไปต่อได้ Animation บางจะงหวะที่มันดูแปลกจนตลก หรือการผ่านภารกิจในบางจังหวะที่ถ้าเกิดเราทำพลาดเกมก็ไม่มีโอกาสให้เราได้แก้ตัวเลยนอกจากต้องโหลด Checkpoint เท่านั้น ตัวเกมยังต้องได้รับการขัดเกลาอีกสัก 2 – 3 Patch ก็น่าจะเป็นเกมที่เล่นได้อย่างลื่นไหลแล้วแหละครับ

สรุป

A Plague Tale: Requiem คือภาคต่อที่ทรงคุณค่ามาก ๆ เนื้อเรื่องที่สุดแสนจะเข้มข้น การวางปมการคลายปมที่แสนยอดเยี่ยม เกมการเล่นที่สนุกระทึก และเพิ่มทางเลือกในการเอาตัวรอดที่มีมากขึ้นจากเกมภาคก่อนทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมอินดี้ที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ครับ

คะแนนจากทางเรา: 9/10